คณะโลจิสติกส์ มหาวิทยาลัยบูรพา นำเสนอผลวิจัยระบบติดตามพาเลทแบบเรียลไทม์ด้วย AI ณ บริษัท ศิริวัฒนา อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
เมื่อวันที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2569 อาจารย์ผรณกษม อินทรทัต อาจารย์ประจำคณะโลจิสติกส์ มหาวิทยาลัยบูรพา และผู้ดำเนินการศึกษาวิจัย ได้นำเสนอผลการศึกษาภายใต้โครงการวิจัยเรื่อง “การพัฒนาระบบติดตามพาเลทแบบเรียลไทม์ด้วยภาพจากกล้องวงจรปิด” ณ บริษัท ศิริวัฒนา อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นสถานประกอบการที่ใช้เป็นพื้นที่ศึกษาและทดลองระบบในการวิจัยครั้งนี้
ในการนี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มัธยะ ยุวมิตร รองคณบดีฝ่ายวิชาการ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อนิรุทธ์ ขันธสะอาด รองคณบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ สหกิจศึกษาและโครงงาน และอาจารย์จิราวัฒน์ นัยกองศิริ ผู้ช่วยคณบดี คณะโลจิสติกส์ มหาวิทยาลัยบูรพา ได้เข้าร่วมรับฟังผลการศึกษาวิจัยและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้เกี่ยวข้อง ณ สถานประกอบการ
โครงการวิจัยดังกล่าวได้รับทุนสนับสนุนจากคณะโลจิสติกส์ มหาวิทยาลัยบูรพา และได้รับความร่วมมือจากบริษัท ศิริวัฒนา อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาระบบสำหรับแก้ไขปัญหาการค้นหาและติดตามพาเลทสินค้าระหว่างกระบวนการผลิตภายในโรงงาน ซึ่งมีการเคลื่อนย้ายมากกว่า 500 ครั้งต่อวัน และมีตำแหน่งจัดเก็บที่ไม่ตายตัว อันอาจทำให้เกิดการสูญเสียเวลาและความคลาดเคลื่อนในการบันทึกข้อมูล
ระบบที่พัฒนาขึ้นประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ร่วมกับภาพจากกล้องวงจรปิดและ QR Code ที่ติดบนพาเลท โดยใช้แบบจำลอง YOLO (You Only Look Once) ในการตรวจจับพาเลทและ QR Code พร้อมทั้งปรับแก้ความบิดเบี้ยวของภาพจากเลนส์กล้องก่อนถอดรหัสและบันทึกตำแหน่งเข้าสู่ฐานข้อมูล ทั้งนี้ แบบจำลองตรวจจับ QR Code มีค่าความแม่นยำร้อยละ 98 และค่า Recall ร้อยละ 94
ผลการทดสอบในพื้นที่ขนาด 9.6 × 4.7 เมตร โดยติดตั้งกล้องที่ระดับความสูง 5.5 เมตร พบว่า ระบบมีความแม่นยำร้อยละ 100 ภายในช่วงพื้นที่ทำการที่เหมาะสมขนาดประมาณ 5.5 × 4.7 เมตร ระบบสามารถรองรับการเชื่อมต่อกับกล้องหลายตัว ประมวลผลข้อมูลทุก 1–3 นาที และช่วยให้ผู้ใช้งานค้นหาพาเลทด้วยหมายเลขพาเลทหรือ LI ID พร้อมตรวจสอบตำแหน่งได้แบบเรียลไทม์ นอกจากนี้ ยังสามารถเชื่อมต่อและส่งข้อมูลผ่าน API ไปยังระบบ ERP ของโรงงาน เพื่อสร้างธุรกรรมโดยอัตโนมัติเมื่อมีการเคลื่อนย้ายพาเลทระหว่างพื้นที่
ผลการวิจัยสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของการประยุกต์ใช้ AI และเทคโนโลยีการประมวลผลภาพเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการจัดการโลจิสติกส์ภายใน ลดเวลาในการค้นหาสินค้า ลดภาระการบันทึกข้อมูลด้วยบุคลากร และสนับสนุนแนวทางการดำเนินงานแบบลีน (Lean Operation) ในภาคอุตสาหกรรม
ในอนาคต ระบบดังกล่าวยังสามารถพัฒนาและขยายผลไปสู่แนวคิด Digital Shadow หรือ Digital Twin เพื่อแสดงสถานะและตำแหน่งของพาเลทบนแผนผังโรงงาน ตลอดจนสนับสนุนการตัดสินใจแบบเรียลไทม์ รวมทั้งสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับสถานประกอบการและอุตสาหกรรมอื่นที่มีการจัดเก็บหรือเคลื่อนย้ายสินค้าในตำแหน่งที่ไม่ตายตัวได้
กิจกรรมครั้งนี้นับเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการบูรณาการงานวิจัยของคณะโลจิสติกส์ มหาวิทยาลัยบูรพา เข้ากับโจทย์ปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในภาคอุตสาหกรรม อันนำไปสู่การพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมที่สามารถประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานของสถานประกอบการได้อย่างเป็นรูปธรรม





