Placeholder

Logistics and supply chain

by Taweesak Theppitak in

ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา บทบาทของการจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทานได้รับการยอมรับทั่วไปว่ามีความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะภายใต้สภาวะการแข่งขันที่รุนแรงและมีการนำเอาเทคโนโลยีต่าง ๆ มาใช้จำนวนมากเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับองค์กรและสมาชิกภายในโซ่อุปทาน การเปิดเสรีทางการค้ากับประเทศต่าง ๆ ทำให้บริษัทข้ามชาติที่มีทั้งเงินทุนมากกว่า เทคโนโลยีที่ทันสมัยกว่าและเทคนิคการบริหารจัดการที่ดีกว่าหลั่งไหลเข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ผลกระทบที่เกิดขึ้นหลายท่านอาจจะเคยได้ยินข่าวการปิดกิจการของผู้ประกอบการภาคการผลิต การขายสินค้าเกษตรของชาวไร่ชาวสวนที่มีราคาแพงกว่าสินค้าที่มีการนำเข้าจากประเทศจีน การประท้วงของผู้ประกอบการโชห่วยของประเทศไทยซึ่งตกเป็นข่าวอยู่ข่าว ๆ ปัญหาดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทและความสำคัญของการประยุกต์ใช้เทคนิคและการจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน เพื่อสร้างความได้เปรียบในเรื่องของการลดต้นทุนให้ต่ำ เนื่องจากพฤติกรรมการบริโภคของผู้บริโภคทั่วโลกส่วนใหญ่นิยมซื้อสินค้าที่มีคุณภาพดีและที่สำคัญคือเป็นสินค้าที่มีราคาถูก โดยสรุปก็คือ โลจิสติกส์เกี่ยวข้องกับการนำสินค้าไป ณ สถานที่ที่มีความต้องการและตามเวลาที่ลูกค้าต้องการ ทั้งนี้การนำเอาสินค้าไป ณ จุดหรือสถานที่ที่ต้องการนี้จำเป็นต้องมีการบูรณาการด้านข้อมูลข่าวสาร การขนส่ง สินค้าคงคลัง คลังสินค้า การเคลื่อนย้ายพัสดุ การบรรจุหีบห่อ ซึ่งเป็นกระบวนการที่ประสานกันในอันที่จะให้สินค้าหรือวัตถุดิบตั้งแต่การจัดหา การเคลื่อนย้ายสินค้าคงคลังมีต้นทุนและระดับการให้บริการที่เหมาะสม ขณะที่การดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน บริษัทต่าง ๆ จะมีค่าใช้จ่ายด้านโลจิสติกส์เพิ่มสูงขึ้นทุกปี โดยมีค่าใช้จ่ายด้านสินค้าคงคลังเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม หลังปี พ.ศ. 2543 การนำเอาระบบการจัดส่งแบบทันเวลาพอดี (Just-In-Time) เข้ามาใช้กับภาคธุรกิจมากขึ้นเป็นผลให้ค่าใช้จ่ายด้านการขนส่งมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ค่าใช้จ่ายด้านสินค้าคงคลังก็มีการปรับตัวลดลง

ในหนังสือเล่มนี้ ขอบเขตของการจัดการโลจิสติกส์จะครอบคลุมกิจกรรมและกระบวนการต่าง ๆ อาทิ การบริการลูกค้า การวางผังสถานที่ของโรงงาน/ คลังสินค้า การพยากรณ์ความต้องการ การจัดหา การจัดการกับคำสั่งซื้อ การขนย้ายและการจัดส่ง การบริการช่องทาง การจำหน่าย การกระจายสินค้า คลังสินค้า การจัดเก็บสินค้า การจราจร และการขนส่ง กิจกรรมการแปรรูปเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ การรักษาความปลอดภัย ซึ่งจะเห็นได้ว่ากิจกรรมโลจิสติกส์ มีขอบเขตที่ค่อนข้างกว้างมาก หน้าที่ของผู้บริหารโลจิสติกส์ที่สำคัญคือทำการบูรณาการของกิจกรรมเหล่านี้เพื่อบรรลุเป้าหมายโดยการวางแผนการดำเนินงานและการควบคุมการไหลของสินค้าและบริการ และข้อมูลสารสนเทศผ่านองค์กรอย่างประสานเชื่อมต่อกัน ดังนั้น สามารถสรุปได้ว่าระบบโลจิสติกส์จะเป็นระบบที่เกี่ยวข้องกับการไหลหรือการเคลื่อนย้ายของสินค้า (Physical หมายถึงสิ่งใด ๆ ก็ตามที่สามารถจับต้องได้ เช่น สินค้าหรือวัตถุดิบ ธนบัตร เป็นต้น) และการเคลื่อนย้ายของข้อมูลสารสนเทศ (Information หมายถึง คำสั่งซื้อ การส่งผ่านข้อมูลทางอีเมล์ การโอนเงินผ่านธนาคาร เป็นต้น) ดังนั้นการบริหารจัดการโลจิสติกส์จึงเกี่ยวข้องกับการจัดการกระบวนการไหลหรือการเคลื่อนย้ายของสินค้าและข้อมูลสารสนเทศเพื่อมีการไหลอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล หรือกล่าวอีกอย่างหนึ่งว่าเพื่อให้มีการไหลโดยมีต้นทุนต่ำที่สุดและมีระดับการให้บริการแก่ลูกค้าสูงที่สุด เมื่อพิจารณาความหมายของโซ่อุปทาน (หรือที่เรียกว่าซัพพลายเชน – Supply Chain) หมายถึง การบริหารความสัมพันธ์หรือการประสานกิจกรรมหรือการเชื่อมโยงกิจกรรมต่าง ๆ เข้าด้วยกัน หรือกล่าวอีกอย่างหนึ่งคือ การบูรณาการของกระบวนการทางธุรกิจที่เริ่มต้นจากผู้บริโภคขั้นสุดท้ายผ่านไปจนถึงผู้จัดจำหน่ายขั้นแรกสุดที่ทำหน้าที่จัดหาสินค้า บริการ และสารสนเทศ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้แก่ผู้บริโภคโดยมีต้นทุนรวมที่ต่ำที่สุดและมีการตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้สูงที่สุด ดังนั้น การจัดการโซ่อุปทาน (Supply Chain Management) จึงหมายถึงการประสานกิจกรรมหรือการเชื่อมโยงกิจกรรมต่าง ๆ เข้าด้วยกันเพื่อเพิ่มคุณค่า (Value) ในตัวสินค้าหรือบริการที่จะส่งมอบให้กับลูกค้าโดยมีต้นทุนที่ต่ำที่สุด ทั้งนี้ จากตัวอย่างของการส่งสินค้าเกษตรจากประเทศจีนเข้ามาจำหน่ายในเมืองไทย เราจะพบว่า ถ้าไม่มีการจัดการโซ่อุปทานที่ดีก็จะทำให้เกิดการไหลหรือการเคลื่อนย้ายที่ไม่ดีหรือไม่มีประสิทธิภาพ เช่น เกษตรกรของจีนมีการนำเอาสารเคมีเข้ามาใช้กับสินค้าเกษตรหรือผลิตผลไม้ที่มีรสชาติหวานบ้างเปรี้ยวบ้าง หน่วยงานสุขอนามัยพืชของจีนไม่ทำการตรวจสอบสินค้าที่ดี ผู้ขนส่งสินค้าขาดการประสานงานกับตัวแทนออกของหรือบริษัทผู้ให้บริการขนส่งสินค้า หรือขาดการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้า-ส่งออก ก็จะทำให้กระบวนการไหลหรือการเคลื่อนย้ายสินค้าเกษตรไม่มีประสิทธิภาพ ดังนั้นจะเห็นได้ว่าถ้าการจัดการห่วงโซ่อุปทานไม่ดี ก็จะทำให้การจัดการโลจิสติกส์ไม่ดีด้วยเช่นกัน หลายคนอาจจะสงสัยว่ากิจกรรมหรือกระบวนการใดบ้างที่เกี่ยวข้องกับการจัดการโลจิสติกส์ ในส่วนต่อไปจะสรุปกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะพบว่ากิจกรรมโลจิสติกส์นั้นเป็นกิจกรรมที่มีขอบเขตค่อนข้างกว้าง โดยจะครอบคลุมตั้งแต่กิจกรรมการเคลื่อนย้ายสินค้า การจัดเก็บสินค้าและบริการ และข้อมูลสารสนเทศจากจุดเริ่มต้นไปยังจุดที่มีการใช้งาน รวมทั้งยังรวมถึงการนำเอาสินค้าที่เสียหายและวัสดุเหลือใช้กลับมารีไซเคิลหรือนำมาทำลาย นอกจากนี้ยังเกี่ยวข้องกับศาสตร์หลายสาขาวิชา ไม่ว่าจะเป็นการจัดการเชิงปฏิบัติการ การจัดการด้านการตลาดและการจัดการด้านวิศวกรรมอุตสาหการหรือวิศวกรรมขนส่ง เป็นต้น

หนังสือเล่มนี้ จะอธิบายความหมายและบทบาทของโลจิสติกส์และซัพพลายเชนที่มีต่อการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันขององค์กรโดยผ่านการลดต้นทุนรวม และการเพิ่มระดับคุณภาพการให้บริการ รวมทั้งยังอธิบายองค์ประกอบหรือกิจกรรมต่าง ๆ ของระบบโลจิสติกส์ นอกจากนี้ยังนำเสนอกลยุทธ์และเทคนิคโลจิสติกส์และซัพพลายเชนที่นิยมนำมาใช้ในภาคธุรกิจต่าง ๆ ตลอดจนปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นจากการกำหนดกลยุทธ์และการนำเอากลยุทธ์โลจิสติกส์และซัพพลายเชนมาประยุกต์ใช้ในองค์กร ทั้งนี้การจัดการโลจิสติกส์ที่ดีและมีประสิทธิภาพ ผู้บริหารและผู้ที่เกี่ยวข้องควรเปิดใจให้กว้างในการนำเอาเทคนิคใหม่ ๆ เข้ามาใช้และเปิดใจยอมรับความคิดเห็นใหม่ ๆ ที่หลากหลายมุมมอง ซึ่งเป้าหมายหลักของการจัดการโลจิสติกส์ก็คือ การช่วยองค์กรในการลดต้นทุนรวมของธุรกิจให้ต่ำที่สุดและเพิ่มระดับการให้บริการแก่ลูกค้าให้มากที่สุด ผลจากการจัดการดังกล่าวจะช่วยให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจและกลับมาใช้บริการกับองค์กรซ้ำแล้วซ้ำอีก ซึ่งผลลัพธ์สุดท้ายก็จะช่วยให้องค์กรสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันอย่างยั่งยืน

 

ลิขสิทธิ์และจัดจำหน่ายโดย :  บริษัท เอ็กซเปอร์เน็ท จำกัด

฿250.00